สมัครสมาชิกใหม่ สมาชิกเข้าสู่ระบบ 
ท่านกำลังอยู่ที่ > หน้าหลัก เทศกาล ทิ้งกระจาด
พฤหัส 9 ก.ย2553
เทศกาลทิ้งกระจาด PDF พิมพ์ อีเมล
( 2 Votes )เปิดอ่านทั้งหมด : 2727 ครั้ง
เขียนโดย Administrator   
วันเสาร์ที่ 09 มกราคม 2010 เวลา 05:45 น.
เทศกาลทิ้งกระจาด

เทศกาลทิ้งกระจาด มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง       

 

   

 

ดร.อุเทน  เตชะไพบูลย์   อดีตประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  เคยพูดไว้ว่า   เนื้อแท้ของการทำบุญในเทศกาลทิ้งกระจาดมีความสำคัญอยู่  2  ประการ   กล่าวคือ   “…ทิ้งกระจาดมีความหมายสำคัญ  2  อย่างที่เราเรียกว่า   อิ๋มซี   และ   เอี่ยงซี   อิ๋ม ( )   คือวิญญาณ เอี๋ยง ( ) คือชีวิต   ซี  ( ) คือการแจก  พิธีทิ้งกระจาด คือ การทำบุญอุทิศให้ดวงวิญญาณ ร่วมไปกับการแจกทานให้ผู้มีชีวิตที่ยากไร้  งานทิ้งกระจาดจึงต้องทำทั้ง  2  ส่วน   ทำบุญกันในศาลเจ้าก่อน     แล้วจึงมาแจกของ…..”     จึงสอดคล้องกับจริยวัตรขององค์หลวงปู่ไต้ฮงโจวซือ ผู้ซึ่งช่วยทั้งผู้ที่เสียชีวิตโดยไร้ญาติขาดมิตร    และช่วยสงเคราะห์ผู้ยากไร้ที่ยังมีชีวิตอยู่ในโลกนี้    เทศกาลทิ้งกระจาด  จึงเป็นเทศกาลที่ครบถ้วนทั้ง  ทำบุญและให้ทาน

 

 

               ประเพณีทิ้งกระจาด    เป็นความเชื่อของพุทธบริษัทจีนฝ่ายมหายาน  ประเพณีที่ถือปฏิบัติมาเนิ่นนานตั้งแต่สมัยพุทธกาลสองพันกว่าปีล่วงมาแล้ว     ในสมัยนั้นเล่ากันว่าพระอานนท์     เป็นเถระผู้เริ่มทำเป็นองค์แรก     โดยพระพุทธองค์ทรงแนะนำให้พระอานนท์ทำการสะเดาะเคราะห์  เพื่อให้รอดพ้นจากบ่วงกรรม ให้พระอานนท์ทำพิธีกรรมอุทิศส่วนกุศลแก่เปรต  และ    ดวงวิญญาณที่ล่วงลับไปแล้ว   โดยการนิมนต์พระภิกษุสงฆ์สวดพระพุทธมนต์       แล้วแจกจ่ายสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค   เป็นไทยทานแก่สัตว์โลกผู้ยากไร้ทั้งหลาย และ  อุทิศส่วนกุศลให้แก่ดวงวิญญาณที่กำลังทนทุกข์อยู่ในนรกภูมิ  หรือ  ที่ล่องลอยเที่ยวขอส่วนบุญ   ด้วยไร้ญาติ  หาที่จุติมิได้

                   ความมีอยู่ว่า   พระอานนท์ตามเสด็จพระพุทธเจ้ามาถึงตำบลนิโครธาราม   กรุงกบิลพัสดุ์   เมื่อตั้งกรดปักธุดงค์นอกเมืองแล้ว      พระอานนท์ได้ปลีกวิเวกออกไปบำเพ็ญเพียรห่างไกลจากสาวกทั้งหลาย   ปรากฏว่ามีเจ้าแม่กวนอิมได้แปลงกาย       เป็นผีเปรตอสูรกายมาปรากฏตัว  และ แจ้งให้ทราบว่า  พระอานนท์จะถึงแก่ความตายในอีก  3  วันข้างหน้า   หากไม่อยากตายแล้วไปอยู่กับพวกตน  พระอานนท์ต้องทำบุญทำทานให้บรรดาผู้ยากไร้  และ ผีเปรตอสูรกายทั้งหลาย    พระอานนท์เป็นพหูสูต      ได้ฟังดังนั้นก็รู้แจ้งเห็นจริงตามที่ผีเปรตมาบอก  พระอานนท์มีความกังวลจึงเข้าเฝ้าสัมมาสัมพุทธเจ้า และ เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พระพุทธองค์จึงได้สอนให้พระอานนท์ทำพิธีสะเดาะเคราะห์  แต่เนื่องจากการจะโปรดอสูรกาย   วิญญาณที่ล่องลอยอยู่นั้น ไม่อาจทำได้ด้วยวิธีการให้ทานธรรมดา   ต้องอาศัยส่งส่วนบุญด้วยพุทธนุภาพ  ดังนั้นจึงต้องประกอบพิธีสันนิบาตพุทธจักร   นั่นก็คือต้องถึงพร้อมด้วย   พระพุทธ    พระธรรม  พระสงฆ์ ซึ่งเป็นที่มาของประเพณีทิ้งกระจาด   ที่พุทธบริษัททั้งหลายอนุโมทนา  เลื่อมใส   ถือปฏิบัติต่อกันมานับพันปี เพราะภายหลังจากประกอบพิธีให้ทานในคราวนั้น ทำให้พระอานนท์มีชีวิตยืนยาวต่อมาอีกหลายปี    ทั้งนี้เนื่องมาจากกุศลผลบุญที่ได้กระทำในครั้งนั้น  กาลเวลาได้ปรับเปลี่ยนให้การดำเนินพิธีกรรมแตกต่างออกไปจากดั้งเดิม  ตามสภาพของแต่ละท้องถิ่น

 

 

 

              ในสมัยก่อน เมื่อใกล้ถึงวันเปิดประตูผี   คือวันขึ้น 1 ค่ำเดือน 7   ตามปฏิทินจีน   บรรดาโรงเจ   หรือ   สถานสาธารณกุศล       จะมีการบอกบุญให้ชาวบ้านร้านถิ่นร่วมงานบุญประเพณีทิ้งกระจาด  โดยการนำตะกร้าสานด้วยไม้ไผ่ตาห่างบ้างถี่บ้างเป็นรูปวงกลม    ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 10 นิ้ว  คล้ายเข่งปลาทู   เพียงแต่ไม่มีขอบสูงที่ก้นตะกร้ามีกระดาษสีแดง  หรือ  สีเหลือง     แจ้งกำหนดของงานทิ้งกระจาด      ของสำนักโรงเจที่เอาตะกร้ามาวาง   กำหนดวันมาเก็บตะกร้า  จากนั้นเมื่อถึงกำหนดวันนัดหมาย   เจ้าหน้าที่โรงเจก็จะมาเก็บ    ผู้ที่ได้รับก็จะนำสิ่งของ  ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาหารแห้งใส่ไว้  หรือเป็นเงินจำนวนที่ตนพอใจจะทำบุญ  โรงเจนั้น ๆ  ก็จะนำสิ่งของ หรือ ปัจจัย ไปดำเนินการต่อไป 

              ภายหลังจากผ่านพิธีการทางศาสนา  ก็มีการโปรยทานทิ้งกระจาด   ช่วงเช้าเป็นพิธีสงฆ์  ช่วงบ่ายมีการโปรยทาน  สถานที่โปรยทานส่วนใหญ่จะใช้บริเวณที่หน้าศาลเจ้า  หากเป็นศาลเจ้าใหญ่โต  มีพื้นที่กว้างขวางก็จะมีหอสูงเป็นที่โปรย หรือโยนสิ่งของ เริ่มด้วยพระสงฆ์หยิบสิ่งของที่ชาวบ้านมาทำบุญ  เช่น  ผลไม้  หรือ  ขนมปัง  หมั่นโถว  เงิน  ทอง โยนไปที่ฝูงชนเบียดเสียดยัดเยียด คอยรับแจกสิ่งของ ที่ถูกต้องเรียกว่าแย่ง  ของแต่ละชิ้นที่แย่งชิงมาได้ก็แทบจะแหลกเหลว  เพราะถูกตะปบจากมือเป็นสิบ    จนทะเลาะเบาะแว้งกันเนือง    ต่อมาก็มีการพัฒนาด้วยการโยนติ้ว   ติ้วเป็นแท่งไม้ไผ่ที่เหลาบาง     ยาวประมาณ 10 นิ้ว   กว้างขนาดครึ่งเซ็นต์บ้าง ใหญ่ หรือ เล็กกว่าก็มี แต่ที่เหมือนกันก็คือมีตัวเลข  หรือ  ตัวอักษรเขียนไว้ที่ไม้ติ้วนั้น    เมื่อเสร็จสิ้นพิธีการทิ้งกระจาดแล้ว   ผู้ที่ได้ไม้ติ้วก็จะนำไปแลกสิ่งของกับคณะกรรมการจัดงาน   วิธีนี้ผู้คนก็จะได้สิ่งของเป็นชิ้นเป็นอันที่สมบูรณ์  แต่ยังมีการกระทบกระทั่งจากการแย่งชิงอยู่อีก

ต่อมา  ได้เปลี่ยนรูปแบบมาเป็นการรับแจกสิ่งของกันตรง ๆ      โดยวิธีการให้ผู้คนมารอคอยที่หน้าศาลเจ้า  หรือ  มูลนิธิ เมื่อถึงกำหนดเวลาที่คณะกรรมการกำหนดไว้   ก็จะเปิดประตูให้เข้าไปในพื้นที่ที่เตรียมไว้  แรก ๆ  ก็เป็นระเบียบเรียบร้อยดี  แต่พอผู้คนมากขึ้น   ก็กลายเป็นเรื่องที่น่าสยดสยองสำหรับผู้คนที่ยืนรออยู่หน้าประตู  ถูกผู้คน ที่อยู่แถวหลังดันจนล้ม  และถูกเหยียบเป็นอันตราย และถูกปรับเปลี่ยนต่อมาเป็นการเข้าแถว  มีการแจกบัตร  มีวิธีการเพิ่มขึ้น เป็นการกันไม่ให้คลื่นมนุษย์ไหลเลื่อนเร็วนัก   อย่างที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งทำกันมาหลายปี     ก็เป็นวิธีที่ป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น   

 


 

            วิธีการของการบอกบุญทิ้งกระจาดก็เปลี่ยนไปเช่นกัน     การเอากระจาดไปวางเพื่อให้ผู้คนใส่สิ่งของนั้นก็กลายเป็นการประกาศบอกบุญกันตรง ๆ  ที่ยังทำตามประเพณีดั้งเดิม   อาจยังมีเหลืออยู่บ้างก็น้อยเต็มที  จากสิ่งของวางอยู่ในตะกร้าสานด้วยไม่ไผ่เล็ก  ที่ผู้ไปแย่งได้จากงานทิ้งกระจาด ก็กลายเป็นสิ่งของที่อยู่ในกระจาดสานด้วยไม่ไผ่ หรือ หวายแทน หรือ เป็นหมวกสานที่ชาวจีนเรียกว่า  โก่ยโล้ย  หรือ กุยเล้ย    แทนตัวหมวกสานนี้ก็เหมือนตะกร้า เอาสิ่งของที่ได้รับแจกใส่ไว้ในหมวกสานสามารถเคลื่อนย้ายสิ่งของได้โดยสะดวก    ต่อมาก็ถึงยุคพลาสติค   ถุงพลาสติคที่สามารถทนแดดทนฝน  สามารถหิ้วได้ ใส่ของได้มาก และ เบาแรง บ้างก็ว่าหมวกสานไม้ไผ่เหมือนบ้านหลังคามุงจาก   การทำบุญหมวกสาน 1 ใบ     เหมือนการทำบุญสร้างบ้าน 1 หลังให้ความร่มเย็น

           ระยะเวลา  1 เดือน  เริ่มจากวันเปิดประตูผี  หรือ เดือนปล่อยผี    บรรดาผีเปรต   ผีนรก   วิญญาณเร่ร่อนไร้ญาติทั้งหลาย    ได้รับอนุญาตให้ออกมาขอแบ่งส่วนบุญจากผู้คนในโลกมนุษย์   ไปจนกระทั่งวันที่  29  เดือน 7  อาจพูดได้ว่าเมืองนรกจัดวัน  VACATION หรือวันพักผ่อนประจำปี ให้กับผีนรก 1 เดือนเต็มในระหว่างนี้พุทธบริษัทจีนจะจัดหาเครื่องเซ่นไหว้   ที่ประกอบด้วยอาหารคาวหวาน  เสื้อผ้ากระดาษ ฯ  ไปไหว้ตามศาลเจ้าที่ตนนับถือ  ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติมิตรที่ล่วงลับไปแล้ว  และ  ยังเผื่อแผ่ไปยังวิญาณไร้ญาติในโอกาสเดียวกันด้วย   นอกจากนี้ยังนำสิ่งของที่เซ่นไหว้นั้น  แจกจ่ายให้แก่ผู้ยากไร้  ขาดแคลน  เป็นที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง  การกำหนดวันทิ้งกระจาดแจกจ่ายสิ่งของ  แล้วแต่กำหนดของแต่ละสำนัก  ทั้งนี้ต้องไม่เกินกำหนด 1 เดือน  ซึ่งเป็นวันกำหนดปิดประตูผี  ที่วิญญาณทั้งหลายที่ออกมาคอยรับแบ่งส่วนบุญนั้น  ต้องกลับตามกำหนด ในระหว่างหนึ่งเดือนนี้ จะมียมทูต จ้าวแห่งผีออกมาปรากฏกาย   เป็นตัวคอยกำกับความประพฤติของบรรดาวิญญาณ   ผีเร่ร่อนทั้งหลายที่ออกมาขอส่วนบุญในโลกมนุษย์   ยมทูตองค์นี้มีชื่อว่า   ไต่สื่อเอี๊ย  หน้าตาน่ากลัว  ว่ากันว่าเป็นปางดุร้ายของเจ้าแม่กวนอิม ที่มาคอยดูแล   และกำหราบบรรดาผีนรก

 

 

            มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดงานประเพณีทิ้งกระจาดในเดือน 7 ตามจันทรคติของจีน ซึ่งมูลนิธิฯถือเป็นนโยบายหนึ่งที่ปฏิบัติต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน  ไม่ต่ำกว่าอายุการก่อตั้งมูลนิธิฯ
            เมื่อ
100 ปีที่แล้ว    และคาดว่าน่าจะเป็นมูลนิธิแห่งแรกที่จัดงานทิ้งกระจาดอย่างเป็นทางการและเป็นกิจจะลักษณะ  เพราะถือเป็นประเพณีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่เพื่อนมนุษย์ที่ล่วงลับไปแล้วทั้งที่เป็นญาติและไม่เป็นญาติพร้อมกับทำทานให้แก่ผู้ยากไร้   เป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ ที่ปฏิบัติสืบทอดมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล  ด้วยการนำสิ่งของเครื่องเซ่นไหว้ เช่น ข้าวสาร
อาหารแห้ง มากราบไหว้เพื่ออุทิศส่วนกุศล    หลังจากนั้นทางมูลนิธิฯ ก็จะรวบรวมสิ่งของพร้อมด้วยจัดซื้อมาสมทบเพื่อนำแจกจ่ายแก่ผู้มารับของ   พร้อมนำมอบองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน คิดมูลค่าการดำเนินงานแต่ละปีไม่ต่ำกว่า
10 ล้านบาท  

 

                             

 

ในปี  2553   มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง    กำหนดให้ถือเอาวันที่ 24 กรกฎาคม ให้บรรดาผู้มีจิตศรัทธามาร่วมบริจาค ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง      หลังนำเข้าสู่พิธีการทางศาสนาแล้ว จะรวบรวมสิ่งของที่ประชาชนนำมาร่วมทำบุญนี้ แจกจ่ายแก่ประชาชนที่ขาดแคลนต่อไป  โดยกำหนดแจกจ่าย  2 วัน  2  สถานที่ ดังนี้

    1. วันศุกร์ที่ 13 สิงหาคม  2553   ทำพิธีทิ้งกระจาด     แจกจ่ายสิ่งของที่สุสานของมูลนิธิ      ตำบลโรงเข้  อำเภอบ้านแพ้ว   สมุทรสาคร   เวลาประมาณ 14.30 .ซึ่งกำหนดแจก  4  พันชุด

   2. วันจันทร์ที่  6 กันยายน  2553   มีพิธีทิ้งกระจาดแจกจ่ายสิ่งของ ที่ ทำการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ระหว่างเวลา 06.00  ถึง  11.00 .  ซึ่งได้เตรียมเครื่องอุปโภคบริโภคไว้ประมาณ 6 หมื่นชุด

   วันอังคารที่ 7 กันยายน 2553  เป็นวันปิดประตูผี  มีการเซ่นไหว้ตามศาลเจ้า ต่าง  ๆ ที่มีการจัดงานประเพณีทิ้งกระจาด  มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งก็เช่นกัน เป็นการบอกกล่าวให้รู้กันว่าสิ้นสุดประเพณีทิ้งกระจาดประจำปีแล้ว     

       มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ต้องขอขอบคุณผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านที่ได้ช่วยกันบริจาค และ เกื้อหนุนมูลนิธิ ฯ ตลอดมาจนทำให้มูลนิธิ    สามารถดำเนินงานช่วยเหลือผู้ขาดแคลน  และ  ยากไร้ ในสังคมได้อย่างต่อเนื่อง   และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง   ยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์ที่จะดำเนินงานเพื่อบำบัดทุกข์  บำรุงสุข  ให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนตลอดไป
แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 19 กรกฏาคม 2010 เวลา 15:10 น.
 

กิจกรรมที่จะมาถึง

งานทิ้งกระจาด ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งพลับพลาชัย 6 กันยายน 2553

ฟังเพลง/音樂 Mp3


Copyright © 2009 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง / 華 僑 報 德 善 堂 / POH TECK TUNG FOUNDATION. All rights reserved.
OpenSource by :
Joomla.org

มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง 326 ถนนเจ้าคำรพบรรจบกับถนนพลับพลาไชย แขวงป้อมปราบฯ กรุงเทพ 10100
โทรศัพท์ 0-2225-0020, 0-2225-3211, 0-2623-0545-52 โทรสาร 0-2226-2567

Poh Teck Tung Foundation 326 Chao Kam Rop Road., Pomprabsatrupai Bangkok 10100
Tel: 0-2225-0020, 0-2225-3211, 0-2623-0545-52 Fax: 0-2226-2567

TwitterTwitter FaceBookFacebook