สมัครสมาชิกใหม่ สมาชิกเข้าสู่ระบบ 
ท่านกำลังอยู่ที่ > หน้าหลัก เทศกาล กินเจ
พฤหัส 9 ก.ย2553
เทศกาลกินเจ PDF พิมพ์ อีเมล
( 0 Votes )เปิดอ่านทั้งหมด : 1535 ครั้ง
เขียนโดย Administrator   
วันอังคารที่ 12 มกราคม 2010 เวลา 15:50 น.
เทศกาลกินเจ  ตรงกับช่วงระยะเวลา  วันที่ 1 เดือน 9 ถึงวันที่ 9 เดือน 9  ตามจันทรคติ ของ ปฏิทินจีน ผู้คนส่วนหนึ่งจะไม่กินเนื้อสัตว์   ทำให้ได้ช่วยชีวิตสัตว์ไว้ได้ส่วนหนึ่ง   เนื่องจากมีการฆ่าสัตว์น้อยลง    ผู้คนที่ศรัทธาในพุทธศาสนาจะพากันสละกิจโลกียวัตร  และ พากันเข้าวัดวาอารามบำเพ็ญศีลสมาทาน   กินเจ  คือ บริโภคแต่อาหารจำพวกพืชผัก และ ผลไม้เป็นหลัก    ละเว้นไม่กระทำกิจใด ๆ อันนำมาซึ่งการเบียดเบียนเดือดร้อนให้เกิดแก่สัตว์โลก   คือการไม่เอา ชีวิต เลือด เนื้อของสัตว์โลกให้มาเป็นของเรา   พากันซักฟอกมลทินออกจากร่างกาย วาจา และ ใจ  สวมเสื้อผ้าขาวสะอาด   เข้าวัดเข้าวา  พร้อมด้วยดอกไม้ธูปเทียน   ทำบุญทำทานแก่สัตว์โลกผู้ยากไร้   ถือศีลกิจเจเป็นเวลา  9  วัน
         
         เทศกาลกินเจ สำหรับปีนี้ ตรงกับวันที่  29  กันยายน  ถึง  7  ตุลาคม  2551  แต่พุทธบริษัทจีน  และ ผู้ถือศีลกินเจ จะมีการชำระกระเพาะให้สะอาดก่อน  โดยการกินเจในมื้อเย็นก่อนวันจริง  1  มื้อ และ  มื้อเช้าหลังวันที่เก้าขึ้น  9  ค่ำอีก  1  มื้อเป็นการลา  ซึ่งจะเป็นวันส่งเจ้า  ในช่วง  9  วันนี้  ทุกวันคี่ จะถือเป็นวันเจใหญ่  พุทธบริษัทจะไปทำบุญ และ กินเจที่ศาสนสถาน  นอกนั้นจะถือศีลกินเจที่บ้าน

 


          ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง   กำหนดรับเจ้าในวันที่  28 กันยายน 2551จากนั้น  มีพระสงฆ์ประกอบพิธีสวดคาถามหามงคลทุกวัน กำหนดการอื่น ๆมีดังนี้ /  พิธีเบิกเนตรองค์ยมทูต และพิธีลอยกระทง  ในวันที่  4  ตุลาคม  / มีพิธีทิ้งกระจาดในศาลเจ้าไต้ฮงกงตอนช่วงบ่าย / พิธีเวียนเทียนรอบศาลเจ้าในตอนหัวค่ำ / วันที่  8  ตุลาคม  เป็นวันส่งเจ้าในช่วงเช้า สิ้นสุดช่วงเทศกาลกินเจประจำปี
          เทศกาลกินเจ   เก๋าอ่วงเจ  หรือ กิ๋วอ่วงเจ แล้วแต่จะออกเสียง  เป็นพิธีกรรมที่พุทธบริษัทไทยเชื้อสายจีนถือปฏิบัติมาแล้วนับสิบ นับร้อยปี โดยทั่วไป  ผู้ที่จะเข้าสู่เทศกาลนี้ จะต้องเตรียมตัวเองให้พร้อมพอสมควร   ผู้ที่ถือเคร่ง  จะนุ่งห่มเสื้อผ้าสีขาวบริสุทธิตลอดทั้งเทศกาล นอกจากจะกินเจเคร่ง  คือการไม่กินพืชผักที่มีกลิ่นหอม หรือ เผ็ดร้อนอันจะนำมาซึ่งกามกิเลศ  เช่น หัวหอม  กระเทียม ไม่กินแม้กระทั่งน้ำนม   ซึ่งผู้กินมังสะวิรัติ   บางส่วนจะถือว่าน้ำนมนั้นกินได้   จะไม่ข้องแวะทางโลกีย์วิสัย   คิด  และ ทำแต่สิ่งที่ดี  ระมัดระวังสำรวมในการพูดจา   ผู้คนส่วนใหญ่จะรู้อยู่เพียงแค่นั้นว่า   เมื่อถึงเทศกาลนี้  ต้องทำอย่างนี้   แต่จะทราบถึงเหตุที่มาแห่งเทศกาลนี้คงมีเพียงน้อยนิด  แต่ที่มาแห่งเทศกาลกินเจนั้นไม่ได้มีมาแต่ความเชื่ออย่างเดียว  มีที่มาหลากหลาย  ดังจะได้กล่าวต่อไปนี้

 
          เทศกาลกินเจ    มาจากคำบอกเล่าที่เล่าต่อ ๆ กันมาเป็นเชิงปรำปรา  และ มาจากคำสอน ความเชื่อทางศาสนาพุทธ   ฝ่ายนิกายมหายาน  เป็นกุศโลบายให้คนทำความดี  เหมือนเช่นเรื่องอื่น    แต่คนรุ่นหลังได้มีการเพิ่มเติมเสริมแต่งพิธีการ เพื่อให้เกิดความขลัง  ให้มีความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น   จึงทำให้กลายเป็นพิธีการที่ต้องใช้เงินใช้ทองมากมายในการประกอบพิธีให้ครบถ้วน
         เทศกาลตรุษจีน   หากจะถือตามนิยายปรำปราอิงประวัติศาสตร์ในปลายราชวงศ์ซ้อง ซึ่ง บันทึกไว้ในหนังสือประวัติวัฒนธรรมจีน  เรียบเรียงโดย   .เสถียรสุต  เล่าไว้ว่า   กษัตริย์องค์สุดท้ายมีพระชนม์ชีพเพียง  9  พรรษา เสด็จหนีพวกมงโกลไปยังเกาะไต้หวัน  แต่ได้สิ้นพระชนม์ชีพที่กลางทะเลนั่นเอง   ข้าราชบริพาร  พากันแต่งกายไว้ทุกข์  และ จัดพิธีทางศาสนาพุทธเป็นการอำพราง  แต่สิ่งของต่าง ๆ  ในพิธีเป็นสีเหลืองซึ่งเป็นสีที่กษัตริย์จีนใช้  และ ในพิธียังใช้ราชาศัพท์   ชาวจีนแต้จิ๋วที่เดินทางมาจากฮกเกี้ยนที่ซึ่งกษัตริย์องค์สุดท้ายในราชวงศ์ซ้องเหยียบแผ่นดินเป็นแห่งสุดท้าย   ได้นำพิธีดังกล่าวมาประเทศไทยด้วย   ซึ่งชาวแต้จิ๋วในประเทศจีนเองไม่มีพิธีนี้

 
         อีกความเชื่อหนึ่ง  มาจากการบูชาดาวนพเคราะห์ทั้งปวง  ตามความเชื่อในพุทศาสนาฝ่ายมหายานของจีน ที่ถือการทำบุญทำทานแก่ผู้ยากจน  เป็นที่นิยมมาแต่โบราณ   เชื่อกันว่าการกินเจนั้นให้ผลดีทางด้านจิตใจ  เป็นพิธีกรรมที่ศักดิ์สิทธิ์  ได้แผ่เมตตา กรุณา ช่วยชีวิตให้สัตว์ให้รอดตายได้จริง ๆ  จากตอนหนึ่งในหนังสือประวัติการกินเจ ของอาจารย์เสถียร  โพธินันทะ  พิมพ์โดยโรงเจฮั่วเฮียง  ท่านกล่าวถึงประวัติการกินเจเดือนเก้าจีนไว้มีใจความว่า

 
          พิธีการกินเจเดือนเก้าตามปฏิทินจีนทุก ๆ ปี มีกำหนด 9 วันนั้น   ลัทธิมหายานในพุทธศาสนามีอรรถาธิบายว่า  เป็นการประกอบพิธีกรรมสักการบูชาพระพุทธเจ้า 7 พระองค์ กับ พระโพธิสัตว์อีก 2  พระองค์  รวมเป็น 9 พระองค์  หรือ นัยหนึ่งคือดาวพระเคราะห์ทั้ง 9”  ซึ่งในพระสูตรปั๊กเต้าโก้วฮุดเซียวไจเอี่ยงซิ่วเมียวเกงได้เอ่ยนามไว้  และได้แบ่งภาคต่อ ๆ มาเป็น ดาวนพเคราะห์คือ

ดาวไท่เอี๊ยงแช    คือ     พระอาทิตย์
ดาวไท่อิมแช
      คือ     พระจันทร์
ดาวฮวยแช
        คือ     ดาวพระอังคาร
ดาวจุ้ยแช
          คือ      ดาวพระพุทธ
ดาวบักแช
          คือ      ดาวพฤหัสบดี
ดาวกิมแช
          คือ      ดาวพระศุกร์
ดาวโถ่วแช
         คือ      ดาวพระเสาร์
ดาวลอเกาแช
      คือ      พระราหู
ดาวโกยโต๋วแช
    คือ      พระเกตุ
เทพเจ้าทั้ง
9 องค์  ทรงเครื่องอย่างกษัตริย์พุทธบริษัทจีนจึงพากันเรียกว่าเก๋าอ๊วง “ หรือกิ๋วอ๊วง  หมายถึง นพราชา

           เมื่อถึงขึ้น  1  ค่ำ เดือน 9  ตามจันทรคติจีน   เทพเจ้าทั้ง 9 จะผลัดเปลี่ยนกันมาตรวจโลก  คอยให้คุณให้โทษแก่ประชาชนทั่วไป  ด้วยความที่เทพเจ้าทั้ง 9 ทรงมีน้ำพระทัยเปี่ยมไปด้วยพระเมตตาคุณ   ควบคุมให้ถึงพร้อมด้วยความบริบูรณ์ทางธรรม  สอดส่องควบคุมทุกข์สุขของสัตว์โลกด้วย  บัณฑิตโบราณจึงบัญญัติไว้ว่า  การทำพิธีกรรมบูชาดาวนพเคราะห์   เพื่อเป็นการแสดงความเคารพ  ให้พุทธบริษัทมาประชุมบำเพ็ญกุศลวัตรถวายพุทธบริโภค  รักษาศีล  สดับฟังพระอภิธรรม และ ธรรมเทศนา  บริจาคไทยทาน  ทิ้งกระจาด และ ลอยกระทงแผ่กุศลแก่สัตว์ที่ตกทุกข์ได้ยากในนรกอเวจี  อันมีเปรตอสูรกายเป็นอาทิ และ ทำการปล่อยนกปล่อยปลา  เต่า เป็นต้น
 
         ส่วนความเชื่ออันเป็นที่มาของการถือศีลกินเจของภาคใต้  โดยเฉพาะที่ภูเก็ตนั้น   มีที่มาเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า และ พระโพธิสัตว์เช่นกัน และ มีชื่อพระพุทธเจ้าต่างออกไปบ้างแต่สุดท้ายก็แบ่งภาคมาเป็น นพราชาเหมือนกัน   เบื้องต้น มาจากแคว้น กังไส   พระราชโอรสทั้งเก้าเสียชีวิตในสงคราม   และจุติเป็นวิญญาณอมตะเที่ยวสอดส่องดูแลทุกข์สุขของชาวเมืองกังไส  และได้แนะนำให้เศรษฐีผู้ใจบุญให้ถือศีลกินเจ ผลไม้ 5 อย่าง  ผัก 6 อย่าง พร้อมกับจุดตะเกียง  9 ดวง  อันหมายถึงพระราชโอรสทั้ง 9 พระองค์   ในระหว่างกินเจ ห้ามฆ่าสัตว์ ห้ามของคาวทุกชนิด   ห้ามดื่มของมึนเมาเป็นต้น  เศรษฐีเห็นว่าพระราชโอรสได้สอนและหายตัวไปในวันที่ 1 เดือน 9  จึงได้กินเจวันดังกล่าวเรื่อยมา   ต่อมาคณะงิ้วผ่านมาเห็นเป็นเรื่องน่ารู้จึงนำเรื่องราวไปแต่งเติมและเล่นงิ้วเผยแพร่ไปทั่ว  พิธีกินเจที่คณะงิ้วนำไปแสดงนั้นมีกำหนดพิธีการต่าง ๆ  เป็นขั้นเป็นตอนเช่น  พิธีอัญเชิญพระอิศวรมาประทับเป็นประธานในพิธีกินเจ    พิธีสักการะนพราชา  พิธีปล่อยทหารเอกออกไปรักษามลฑณพิธี  พิธีเลี้ยงอาหารทหาร  พิธีเรียกทหารกลับ   พิธีลุยไฟ  พิธีสะเดาะเคราะห์เสริมดวงชะตา   และจบด้วยพิธีบวงสรวงดาวนพเคราะห์  ซึ่งพิธีกินเจบางแห่ง  เช่นทางภาคใต้ของไทยมีการแสดงทรมานกาย  มีการแสดงทางทหารเช่นการแสดงเอ็งกอ  นั่นก็มาจากคณะงิ้วที่นำมาเผยแพร่นั่นเอง

 

          การถือศีลกินเจในเทศกาลกินเจเดือน 9  ตามปฏิทินจีนตามข้างต้นนั้น  เป็นความเชื่อที่ถือกันมาแต่โบราณ   เป็นกุศโลบายของนักปราชญ์   ราชบัณฑิต ผู้มีกุศลจิตในสมัยนั้นที่ต้องการให้ผู้คนให้อยู่ในศีลในธรรม   ถือศีลกินเจ  ทำบุญทำทานเพื่อให้จิตใจอ่อนโยน   มีความเมตตา  กรุณาต่อมวลสัตว์โลกทั้งหลาย       แม้ความเชื่อจะต่างกัน  แต่ผลแห่งการกระทำนั้นคือจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ  บุคคลทั่วไปควรจะลดละอกุศลกรรมทั้งมวล  อุตสาหสะสมแต่สิ่งที่ดีงาม   เพื่อรับพรจากเทพเจ้าทั้ง 9 กระองค์  ก็จักทำให้จิตใจเบิกบาน  ผ่องแผ้ว มีแต่ความสุข   ความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตสืบไป
แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2010 เวลา 14:18 น.
 

กิจกรรมที่จะมาถึง

งานทิ้งกระจาด ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งพลับพลาชัย 6 กันยายน 2553

ฟังเพลง/音樂 Mp3


Copyright © 2009 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง / 華 僑 報 德 善 堂 / POH TECK TUNG FOUNDATION. All rights reserved.
OpenSource by :
Joomla.org

มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง 326 ถนนเจ้าคำรพบรรจบกับถนนพลับพลาไชย แขวงป้อมปราบฯ กรุงเทพ 10100
โทรศัพท์ 0-2225-0020, 0-2225-3211, 0-2623-0545-52 โทรสาร 0-2226-2567

Poh Teck Tung Foundation 326 Chao Kam Rop Road., Pomprabsatrupai Bangkok 10100
Tel: 0-2225-0020, 0-2225-3211, 0-2623-0545-52 Fax: 0-2226-2567

TwitterTwitter FaceBookFacebook