สมัครสมาชิกใหม่ สมาชิกเข้าสู่ระบบ 
ท่านกำลังอยู่ที่ > หน้าหลัก เทศกาล เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว
พฤหัส 9 ก.ย2553
เทศกาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว PDF พิมพ์ อีเมล
( 2 Votes )เปิดอ่านทั้งหมด : 2171 ครั้ง
เขียนโดย Administrator   
วันอังคารที่ 12 มกราคม 2010 เวลา 15:54 น.

           เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว เป็นที่รู้จักกันในหมู่ชาวจีน และ ไทยในจังหวัดปัตตานีอย่างดี   ต่อมาได้แพร่หลายไปทั่ว        เมื่อถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือนอ้าย    หรือหลังตรุษจีน  14  วัน  หรือวันเพ็ญเดือน 3  ตามจันทรคติของไทย   จะมีงานฉลองสมโภชเจ้าแม่   ซึ่งจัดเป็นงานฉลองใหญ่โตทุกปี  ก็จะมีชาวจีน  ชาวไทยเดินทางไปร่วมพิธีกันคับคั่ง   มีพิธีดำน้ำ  ลุยไฟ  กลายเป็นงานที่เชิดหน้าชูตาของจังหวัดงานหนึ่ง     ท่านที่เดินทางไปจังหวัดปัตตานีสามารถจะไปสักการะได้ที่   ศาลเล่งจูเกียง  ถนนอาเนาะรู  อำเภอเมืองซึ่งมีรูปจำลองของเจ้าแม่ประดิษฐานอยู่      แต่เดิมเป็นศาลเจ้าซูก๋ง  ศาลเจ้าเก่าแก่สมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชากรุงศรีอยุธยา ปี พ.ศ. 2117    และอีกแห่งหนึ่งคือที่สุสานเจ้าแม่ที่ตำบลกรือแซะ  อยู่ในเขตอำเภอเมืองเช่นกัน   ต่อมาได้มีการทำรูปจำลองนำไปประดิษฐานยังศาลเจ้าหรือมูลนิธิต่าง ๆ หลายแห่ง

 

             ตามประวัติเล่ากันว่า   เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว (หรือสำเนียงแต้จิ๋วว่า ลิ้มโกวเนี้ย)  ทางไต้หวันกล่าวว่าเจ้าแม่มีชื่อจริงว่า จินเหลียน (หรือ กิมเน้ย  ในสำเนียงแต้จิ๋ว )  ชาวฮกเกี้ยน  มีพี่ชายชื่อ เต้าเคียน  หรือ โต๊ะเคี่ยม  แต่บางตำนานก็ว่าเป็นชาวเมืองฮุยไล้  แขวงแต้จิ๋ว     สมัยพระเจ้าซื่อจงฮ่องเต้   ในราชวงค์เหม็งประมาณปี พ.ศ.2065 2109   ลิ้มโต๊ะเคี่ยม    เคยรับราชการ    ได้ออกผจญภัยในที่ต่าง     สร้างวีรกรรมไว้ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ      เมื่อเดินทางมาถึงปัตตานี    (สมัยนั้นเรียกว่าเมืองตานี )   โดยได้ นำเครื่องบรรณาการมาถวายเจ้าเมือง  ได้พบ และ รักกับธิดาพระยาตานี   ต่อมาลิ้มโต๊ะเคี่ยมได้เข้ารีตนับถืออิสลาม  และ แต่งงานกับธิดาเจ้าเมืองตานี  ลิ้มโต๊ะเคี่ยมเป็นผู้ที่มีฝีมือในด้านการหล่อโลหะ และ  การก่อสร้าง   พระยาตานีจึงให้สร้างมัสยิดประจำเมืองให้ยิ่งใหญ่  และสวยงามที่สุด   และให้สร้างปืนใหญ่ในเวลาต่อมา  ( ชื่อ โต๊ะเคี่ยม    บ้างก็ว่าเดิมชื่อ เคี่ยม  เมื่อเข้ารีตเป็นอิสลามชาวบ้านจึงเรียกว่า โต๊ะเคี่ยม   แปลว่าครูเคี่ยม เพราะเป็นช่างฝีมือดี )

 

 

           ในระหว่างที่มีการก่อสร้างมัสยิดกรือแซะนั่นเอง   ก็มีหมู่เรือสำเภามาจอดที่เมืองปัตตานีในครั้งนี้  มีผู้หญิงคุมกองเรือมานั่นก็คือ  ลิ้มกอเหนี่ยว   น้องสาวของบุตรเขยเจ้ามืองตานี  ซึ่งมาตามพี่ชายให้กลับบ้านไปหามารดาที่ชรามากแล้ว   แต่ลิ้มโต๊ะเคี่ยมก็ไม่ยอมกลับ  บอกว่ามัสยิดใกล้เสร็จ   หากภารกิจเสร็จก็จะพาภรรยาไปเยี่ยมมารดาพร้อมกัน    อ้อนวอนพี่ชายอยู่หลายตลบจนแน่ใจว่าพี่ชายไม่ยอมละความตั้งใจแล้ว    ด้วยความเด็ดเดี่ยว  ลิ้มกอเหนี่ยวจึงออกจากที่พักเดินทางมาถึงบริเวณที่ก่อสร้างมัสยิดกรือแซะ      ได้ผูกคอตายที่กิ่งมะม่วงหิมพานต์ต้นใหญ่      และ   ทิ้งจดหมายให้พี่ชายไว้ดูต่างหน้า

 

          ลิ้มโค๊ะเคี่ยมได้จัดการศพน้องสาวโดยฝังไว้ในฮวงซุ้ยที่สร้างขึ้นที่ใกล้ ๆ มัสยิดกรือแซะที่เขากำลังสร้างอยู่นั้นเองแต่ยังไม่สำเร็จ   จะด้วยเหตุผลกลใดไม่ทราบได้   ลิ้มโต๊ะเคี่ยมได้เดินทางไปที่กองหล่อปืนใหญ่ที่อยู่ใกล้กันและเขาเป็นแม่กองหล่อปืนอยู่ด้วย     ไปยืนปลงอยู่หน้ากระบอกปืนใหญ่ที่สร้างขึ้น  และจุดชนวน   ลิ้มโต๊ะเคี่ยมจึงจบชีวิตตรงนั้นเอง     ซึ่งหนึ่งในกระบอกที่ยังเหลืออยู่ก็คือ  ปืนใหญ่นางพญาตานี  ปืนใหญ่ที่สุดในประเทศไทย   ปัจจุบันอยู่หน้ากระทรวงกลาโหม

 

          ที่สุสานของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวนั้น   มีชาวปัตตานีได้มากราบไหว้  และ บนบานศาลกล่าว   ปรากฏว่าต่างก็สมหวังไปตาม ๆ กัน  ผู้คนจึงร่ำลือโจษจรรย์ไปทั่วปรากฏว่ามีผู้คนหลั่งไหลมาจากทุกสารทิศ     ต่อมา  มีผู้ตัดกิ่งมะม่วงหิมพานต์ต้นที่เจ้าแม่ผูกคอตายไปสลักเป็นรูปเจ้าแม่ตั้งอยู่ในศาลไม้เล็ก    ข้างสุสานให้กราบไหว้บูชาด้วย    ประมาณ 5 60 ปีที่ผ่านมานี้  พระจีนคณานุรักษ์  (ตันจูหลาย   ต้นสกุล คณานุรักษ์)  หัวหน้าชาวจีนในเมืองปัตตานี    เห็นว่าที่สุสานซึ่งอยู่นอกเมืองไม่สะดวกในการไปกราบไหว้     จึงได้อัญเชิญรูปจำลองของเจ้าแม่มาอยู่ที่ ศาลเจ้าเล่งจูเกียง    ที่บูรณะจากศาลเจ้าซูก๋งให้กว้างขวาง   ศาลเจ้าแห่งใหม่นี้   มีผู้คนเดินทางมาสักการะบูชาจากทุกทิศทุกภาคของประเทศ    จนคณะกรรมการที่ช่วยกันดูแลได้จัดตั้งเป็นมูลนิธิ    ปัจจุบันนี้  สามารถขยายพื้นที่  สร้างสิ่งต่าง ๆ  ขึ้นมาเป็นอันมาก  มีลานหน้าศาลกว้างขวาง มีอัฒจรรย์สำหรับชมพิธีลุยไฟ  และมีโอ่งน้ำยักษ์ทาสีแดงสด  สามารถจุน้ำได้ 9 หมื่นลิตร     ซึ่งก็ล้วนมาจากอภินิหาร  และ บารมี  ที่มาจากเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวนั่นเอง

 

            ในการเซ่นไหว้สักการะเจ้าแม่   นอกจากเครื่องกระดาษธูปเทียน   นัยว่าท่านโปรดผ้าแพรสีแดง    และ สร้อยมุก   สร้อยมุกนั้นที่ปฏิบัติกันอยู่ก็คือ   เมื่อไหว้ และ อธิฐานแล้ว ก็จะนำไปคล้องที่ศอเจ้าแม่ทั้ง  2  เส้น  และ นำคืนมา 1 เส้นคล้องคอผู้ไหว้นำกลับไปบูชาที่บ้าน

 

 
          องค์จำลองเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวที่มาประดิษฐานที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งทุกปีนั้น  เป็นองค์จำลองที่ตั้งสักการะที่มูลนิธิมิตรภาพหาดใหญ่ (ท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง)   ซึ่ง มูลนิธิมิตรภาพ ฯ จะอัญเชิญมาให้ประชาชนที่เลื่อมใสในกรุงเทพมหานคร และ ใกล้เคียงที่ไม่สะดวกเดินทางไปถึงปัตตานี หรือ สงขลาได้มีโอกาสสักการบูชาทุกปี  องค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวจะมาประดิษฐานตั้งแต่วันชิวอิก  ถึง ชิวสี่ของเดือนที่ 2  ตามปฏิทินจีน จำง่าย ๆ คือ 1 เดือนหลังจากวันตรุษจีน
แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 10 มีนาคม 2010 เวลา 15:34 น.
 

กิจกรรมที่จะมาถึง

งานทิ้งกระจาด ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งพลับพลาชัย 6 กันยายน 2553

ฟังเพลง/音樂 Mp3


Copyright © 2009 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง / 華 僑 報 德 善 堂 / POH TECK TUNG FOUNDATION. All rights reserved.
OpenSource by :
Joomla.org

มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง 326 ถนนเจ้าคำรพบรรจบกับถนนพลับพลาไชย แขวงป้อมปราบฯ กรุงเทพ 10100
โทรศัพท์ 0-2225-0020, 0-2225-3211, 0-2623-0545-52 โทรสาร 0-2226-2567

Poh Teck Tung Foundation 326 Chao Kam Rop Road., Pomprabsatrupai Bangkok 10100
Tel: 0-2225-0020, 0-2225-3211, 0-2623-0545-52 Fax: 0-2226-2567

TwitterTwitter FaceBookFacebook