วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำโดย คุณศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์, คุณเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน และ คุณพิทักษ์พนธ์ ถูกจิตต์ รักษาการหัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ นำทีมเจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์ เดินทางลงพื้นที่ ณ วัดโพธิ์ทอง อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก เพื่อดำเนินงานส่งเคราะห์ผู้ขาดแคลนและให้บริการประชาชนครบวงจร
ในการนี้ มูลนิธิฯ ได้จัดพิธีมอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพ รถเข็นวีลแชร์ และจักรยานนักเรียน โดยได้รับเมตตาจาก พระครูปริยัติสุวรรณโพธิ เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ทอง พร้อมด้วย นางเยาวภา พรรณโนภาศ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก, นางเอมอร วิจิตรพงษา ปลัดอำเภอบางระกำ และ นางสาวพัทธยา เนตรธรานนท์ รักษาการผู้อำนวยการสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านสองแคว จังหวัดพิษณุโลก ร่วมในพิธีมอบสิ่งของสงเคราะห์ ซึ่งมีรายละเอียดการช่วยเหลือดังนี้:
-
มอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพ (โครงการส่งเสริมอาชีพเพื่อสตรีและครอบครัว): ให้แก่สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศที่มีความรู้ ทักษะความสามารถ แต่ฐานะยากจน ขาดแคลนทุนทรัพย์ จำนวน 34 ราย คิดเป็นมูลค่า 667,800 บาท
-
มอบรถเข็นวีลแชร์แก่ผู้พิการ: จำนวน 10 คัน คิดเป็นมูลค่า 30,000 บาท
-
มอบรถจักรยานแก่เด็กนักเรียน: จำนวน 20 คัน คิดเป็นมูลค่า 25,800 บาท
รวมมูลค่าการดำเนินงานสงเคราะห์ช่วยเหลือในครั้งนี้ทั้งสิ้น 726,300 บาท (เจ็ดแสนสองหมื่นหกพันสามร้อยบาทถ้วน)
นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังได้จัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน โดยนำทีมแพทย์อาสาสมัคร เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ฯ เจ้าหน้าที่กู้ชีพ แผนกบรรเทาสาธารณภัย และอาสาสมัคร ร่วมให้บริการตรวจวัดสายตาพร้อมแจกแว่น บริการตัดผมชาย-หญิง และจัดกิจกรรมนันทนาการมอบความสุขแก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ
อนึ่ง “โครงการส่งเสริมอาชีพเพื่อสตรีและครอบครัว” โดยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มุ่งหวังสร้างโอกาสทางสังคมแก่ผู้ผ่านการฝึกอบรมอาชีพที่มีฐานะยากจน โดยในปี พ.ศ. 2569 ได้บูรณาการความร่วมมือกับศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว และสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ รวม 12 แห่งทั่วประเทศ (ได้แก่ กรุงเทพฯ, นนทบุรี, ชลบุรี, นครราชสีมา, สงขลา, สุราษฎร์ธานี, ศรีสะเกษ, ขอนแก่น, ลำพูน, ลำปาง, เชียงราย และพิษณุโลก) ในการคัดกรองผู้มีคุณสมบัติ เพื่อส่งเสริมการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ที่มั่นคง ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างยั่งยืนต่อไป
